![]()
กอเอ๋ยกอไก่
ขอไข่อยู่ในเล้า…ว้าว! ว้าว!
โตเป็นคนจนกลายเป็นควายอีกทียังรู้สึกตื่นเต้นอยู่เลยเวลาต้องมานั่งท่อง(ยืนท่องก็ไม่ผิดนะ) กอไก่-ฮอนกฮูก เนี่ย
มันยากกว่าท่อง A-Z ซะอีก
เอ่ – บี่- ซี -ดี -อี๊ -เอฟ -จี-เอช-ไอ-เจ-เค…แอลเอ็มเอ็นโอพี…คิว-อ๊าร์-เอส…ที-ยู-วี-ดับเบิ้ลยู…เอ๊ก-วายแอ่นด์-ซี
หรือ เอ-แอ๊น-มด , บี-เบิร์ด-นก, ซี-แคท-แมว ,ดี-ด็อก-สุนัข (พอแค่นี้ เพราะถ้าท่องถึง F มันเป็นอัปมงคลแก่นักเรียนนักศึกษามาก)
เป็นเพราะการท่องพยัญชนะไทยยาวไปหรอ?
กอ-เอ๊ย-กอไก่ (4 พยางค์) ถ้าเปลี่ยนเป็น กอ-เอ๊ย-ไก่
ขอ-ไข่-อยู่ในเล้า (5 พยางค์) เปลี่ยนเป็น ไข่-ใน-เล้า
ฃอ-ขวด-ของเรา (4 พยางค์) เปลี่ยนเป็น ฃวด-ของ-เรา…(เดี๋ยวนี้เขียน “ขวด” แบบนี้มากว่า “ฃวด” แบบนี้)
พอดีกว่า ถ้าตัดต่อไปอีก ก็กลัวว่ามันไม่คล้องจองกัน เดี๋ยวจะทำให้เด็กไม่ฉลาดชาติจะล่มจมไปเปล่าๆ
หรือว่าตัวพยัญชนะไทยมีถึง 44 ตัว (นับรวมตัวที่ไม่ใช้แล้วด้วย) ในขณะที่พยัญชนะภาษาอังกฤษมี 24 ตัว
น้อยกว่าตั้ง 20 ตัว
หรือว่าพยัญชนะไทยมีบางตัวที่เสียงซ้ำ เช่น ด/ฎ ,ส/ศ/ษ ,ท/ฑ/ธ เป็นต้นจึงทำให้จำยาก
หรือว่าพยัญชนะไทยมีรอยหยักมากเกินกว่ารอยหยักในสมองของเรา เช่น ฑ ฎ ฏ ฐ ซ เป็นต้น
หรืออาจจะไม่ใช่ความผิดของพยัญชนะไทยเลย
อาจเป็นความผิดที่ตัวเราที่ขี้เกียจเอาแต่เล่น(เป็นนิสัยของเด็กทุกคนไม่ใช่หรอ?)
หรืออาจโทษคุณครูดรุณี(นามสมมุติ)ที่ชอบเดินถือไม้เรียวเอามือไขว้หลัง เดินไปเดินมาหน้ากระดานเขียว(ในขณะที่เด็กๆก็นั่งท่องกันหน้าเขียว) หูครูคอยจับความเพี้ยนของเสียงอาขยาน ถ้าเสียงเด็กคนไหนแตกแถว
ไม้เรียวก็จะฟาดลงบนกระดานชี้ไปตัวอักษร กอ-ไก่ พร้อมกับพูดว่า “เริ่มใหม่”
กอเอ๊ยกอไก่ขอไข่อยู่ในเล้าฃอขวดของเรา…(ต่อไป)
ที่เล่ามาอาจเหมือนฉากในหนังสักเรื่องหนึ่ง ที่เล่าถึงชีวิตวัยเด็กของตัวละคร
คุณครูอะไรจะโหดร้ายกับเด็กอนุบาลได้ขนาดนั้น
ไม่เชื่อก็ตามใจ
เราเคยโดนครูอนุบาลขู่ว่าถ้าดื้อจะตบอัดติดกระดานหลังห้อง
“เธอเห็นนั่นมั้ย” ครูเอาไม้เรียวชี้
พอเราหันไปก็เห็นกระดาษที่ตัดเป็นรูปคนยืนกางขากางแขนติดกันเป็นแถว
คิดถึงแม่มาก อยากกลับบ้าน…
ภาพก็ถือว่ามีบทบาทช่วยให้การท่องก.-ฮ. เป็นไปโดยง่าย(นี่ขนาดง่ายแล้ว) แต่ภาพไก่ ภาพเด็ก ภาพผู้เฒ่า ภาพชฎา ภาพปฏัก หลอนเด็กอนุบาลให้นอนฝันร้ายได้ง่ายๆ
เรามีโต๊ะเตี้ยๆที่พิมพ์ลายพยัญชนะทั้ง 44 ตัว พร้อมภาพ เวลานั่งทำการบ้านไม่เคยมีสมาธิเลย ชอบวาดต่อเติม ระบายสีทับหรือโยงเส้นพยัญชนะต่างๆอยู่เสมอ (สภาพโต๊ะนั้นยังอยู่ที่บ้านยาย)
แล้วการบ้านก็แค่ลากตามเส้นประ วันละตัวอักษร เป็นแถวหนึ่งหน้ากระดาษ เท่านั้นเอง แต่ก็ขี้เกียจ เขียนก็เส้นสั่นๆ ไม่เคยตรงตามรอยประ ได้ 3 ดาว(เต็ม 5) ตลอด ก็เราอยากออกไปเล่นกับเพื่อนแถวบ้าน อยากออกไปขี่จักยาน อยากไปดูการ์ตูนมากกว่า
การเขียนตามเส้นประคงเป็นการสอนให้รู้จักหลัก รู้จักมาตรฐาน ว่าการเดินทางของเส้นเริ่มจากตรงไหน ม้วนหัวก่อน แล้วลงหาง 1-2-3 ไปจนจบ
แต่พอโตมาแล้วลายมือแต่ละคนก็ไม่เคยตามเส้นประเลย บางคนเขียนหวัด เขียนไม่มีหัว เขียนตัวกลม ตัวลีบ ตัวเหลี่ยม ต่างกันไป
หนังสือเล่มนี้ เป็นหนังสือเล่มแรกๆและเป็นเล่มเริ่มต้นของหลายๆคน มันเป็นพื้นฐานแรกๆของกิจกรรมการรู้หนังสือ เพื่อที่จะเรียนรู้สิ่งอื่นต่อไปอีก
ถ้าเราไม่เริ่มท่องก.-ฮ. เราก็คงอ่านหนังสือไม่ออก (ในกรณีที่เกิดมาแล้วอัจริยะข้ามคนรุ่นเดียวกัน อาจไม่จำเป็น)
และถ้าไม่ฝึกหัดลากตามเส้นประ ก็คงจะเขียนหนังสือไม่ได้(เดี๋ยวนี้เรียนคัดลายมือ อาจไม่มีประโยชน์เพราะจิ้ม จิ้ม จิ้ม คีย์บอร์ดได้)
เด็กอนุบาลคนหนึ่ง ชอบลากออกนอกเส้นประเสมอ
นี่คงเป็นเมล็ดพันธุ์ของการ นอกกรอบ
เพื่อที่จะโตมากรอบนอกนุ่มใน
จบที่ขายกอไก่ทอดซะงั้น
![]()
ปล. หนังสือเล่มนี้ไม่เหมาะสำหรับคนอายุ 22 ปี ที่อายุสมองต่ำกว่า 4 ขวบ
เล่มนี้อ่านยากใช้สมองเยอะ เป็นหนังสือของปัญญาชน
ต้องใช้เวลามากในการอ่าน
คำเตือน ถ้ากลัวตีนกาขึ้น กลัวหน้าผากย่น ก็ขอแนะนำว่าระหว่างอ่านก็เอาเทปกาวพันไว้ให้ตึง
พออ่านจบก็ไปเข้าสปาหน้า นวดหน้ากันรอยย้นได้ดีอีกทีหนึ่ง
อ่านแล้วค่ะ เด็กเป็นเหมือนกัน นั่งอ่านออกเสียงดรุณสึกษาจนง่วงอะ แล้วครูเรียกตอบคำถาม ตอบไม่ได้ ครูก็บอกว่า นี่ขนาดชริดาอ่านนะเนี่ย อยากครูว่า อ่านอะใครคะ หิวน้ำอะ คอแห้ง สงสัยจีจี้เรากลัวกระดาษที่ตัดติดๆๆกันจริงๆๆ
สนุกดีนะเขียนมาให้เราอ่านเยอะๆนะ เป็นกำลังใจให้นะค่ะท่าน”หม่อม”
555+ (เม้นแล้วนะเดี๋ยวหาว่าเราไม่เข้ามาอ่านอีก)
(พอแค่นี้ เพราะถ้าท่องถึง F มันเป็นอัปมงคลแก่นักเรียนนักศึกษามาก)
ฮาวะ…ชอบๆ
เออ อ่านบทความนี้แล้วคิดไรขึ้นมาได้เยอะเลย
อย่างน้อยก็คิดไปถึงอนาคตเลยนะเว้ย ว่าถ้ามีลูก กูจะสอนมันยังไงให้มันฉลาดเหมือนแม่มัน เอิ๊กๆๆๆๆๆๆ