ยุคสมัย Snack!

เป็นที่รู้กันว่ายุดคสมัยนี้ทุกอย่างต้องรวดเร็วเร่งรีบ เวลาเป็นเงินเป็นทอง(แต่เงินทองไม่สามารถซื้อเวลาได้)จะเรียกยุคสมัยนี้ว่า ยุคโลกาภิวัตน์ หรือ Globalization หรือยุคอะไรก็ตาม
แต่จากที่เราเข้าเว็บไซท์นิตยสารรายเดือนที่ http://www.wired.com
ก็ทำให้ได้คำจำกัดความของยุคอีกคำหนึ่งนั่นก็คือ Snack Age หรือ ยุคขนมขบเคี้ยว

อย่าคิดว่านี่เป็นการเสียเว ในการอ่านบทความต่อไปนี้ เพราะมันจะทำให้เราเข้าใจยุคสมัยของเรามากขึ้น

wired magazine online โปรยประโยคไว้ว่า หนัง,ทีวี,เพลง,เกมส์ และวัฒนธรรมป๊อบ(แป๊บ) มาในรูปแบบคุกกี้ขนาดพอคำเอาไว้เคี้ยวและกลืนอย่างรวดเร็ว (Movies, TV, songs, games. Pop culture now comes packaged like cookies or chips, in bite-size bits for high-speed munching.)

หมายความว่าในยุคขนมขบเคี้ยวนี้ทุกสิ่งอย่างโดยเฉพาะความบันเทิงในกระแสหลัก ถูกปรับให้เข้ากับวิถีชีวิตอันเร่งรับ เพื่อตอบสนองความต้องการอันมากมาย(ละโมบ)ของผู้บริโภค

บทความในเว็บ ยกตัวอย่างถึง Nabisco ที่ผลิต Mini Oreo ที่ถูกย่อขนาดให้พอดีคำจนถูกใจคนกิน ถึงขนาดเป็นคุกกี้อันดับ 1 ด้วยยอดขาย 3 พันล้านเหรียญสหรัฐ! นอกจากนี้ยังยกตัวอย่าง Apple ที่ผลิต iPod ืnano ออกมาในเดือนตุลาคม 2548 ที่ยังคงคุณสมบัติในการดูหนัง ฟังเพลง ดูมิวสิควิดิโอ และพกพาไปได้ทุกที่ในทุกท่าได้เหมือนเดิม แต่แตกต่าง คือมันเล็กกว่าเดิม
รวมทั้งนิตสารที่เป็นแหล่งความรู้อย่าง Reader’s Digest ก็ถูกปอก(pared)ข้อมูลให้เหลือแต่สาระสำคัญขนาดย่อ

กล่าวต่อว่า “เพลง ทีวี เกมส์ หนัง แฟชั่น ล้วนเป็นวัฒนธรรมป๊อบที่พวกเราสวาปาม(devour)กันเข้าไปอย่าง เดียวกับที่เพลิดเพลินในการกินลูกอมและคุกกี้ขนาดพอดีคำ ที่ง่ายต่อการเคี้ยวและง่ายต่อการยัดเข้าไปให้ได้เร็วเร็วและมากมาก ( Music, television, games, movies, fashion: We now devour our pop culture the same way we enjoy candy and chips – in conveniently packaged bite-size nuggets made to be munched easily with increased frequency and maximum speed.)

นี่หมายความว่า ว่าในยุคนี้ทุกอย่างถูกออกแบบมาแล้วให้พวกเราบริโภคทุกสิ่งให้ง่ายและให้เยอะเข้าไว้

บทความได้แบ่ง การโจมตีของขนมขบเคี้ยว (Snack Attack!) ไว้คือ Online,Biz,Culture,Tv/Film,Music และ Games

ในหมวด Music นั้น Joanna Pearlstein กล่าวว่า เดี๋ยวนี้อัลบั้มไม่ใช่แค่อัลบั้มแต่ยังเป็นโอกาสที่จะตัดเพลงในอัลบั้ม ให้กลายเป็นริงโทนส์ เพื่อเอาไว้ดาวน์โหลด ไว้แปะหน้าเว็บบล็อคและอื่นอื่น (An album isn’t just an album anymore – it’s an opportunity to dice a dozen songs into ringtones, downloads, blog skins, and more.)

และต่อไปนี้ เพลงก็จะโด่งดังแค่ท่อน hook โดยเฉพาะเพลงป๊อบจะถูกเฉือน(snippet)ออกมาเป็นท่อนสั้นสั้นเพื่อนำไปใช้ประกอบทีวี ภาพยนตร์ เว็บไซท์ รวมทั้งวิดิโอเกมส์
Sean Cooper กล่าวว่า เพลงป๊อบก็คือท่อนฮุคที่สั้นสั้น และเดี๋ยวนี้ มันคือเพลงป๊อบความยาว 30 วินาที(” Pop music has always been about hooks and concise melodic content,” she says. “Now it’s the 30-second pop song.” )

ถ้าหากจะกล่าวถึงการโจมตีของยุคขนมขบเคี้ยวในด้านวัฒนธรรม ที่เด่นชัดที่สุดและใกล้ตัววัยรุ่นที่สุดก็คือ ภาษา
พวกเราชอบตัดคำให้สั้น ไม่ใช่เพราะเสียเวลาในการพูด แต่ยังเสียเวลาในการพิมพ์ (MSN Messenger)
เช่น เสียเว(เสียเวลา) เคเค(โอเค) จิงดิ(จริงดิ) หร่อย(อร่อย) ฯลฯ
บางครั้งอาจเปลี่ยนตัวอักษรที่มันรุ่มร่าม ให้ง่ายต่อการพิมพ์ เช่น เทอ(เธอ) วิกิด(วิกฤติ) อังกิด(อังกฤษ) สัด(สัตว์) ปะติบัด(ปฏิบัติ) รำคาน(รำคาญ) ฯลฯ
หรือใช้สัญลักษณ์ เช่น เลข 5 แทนการหัวเราะมากกว่าจะพิมพ์ ฮ่าฮ่า หรือ Ha-Ha (บางคนก็พิมพ์เอา) และถ้าหัวเราะดังจะใช้เครื่องหมาย + ต่อท้าย เป็น 555+

ไม่ใช่แค่วัยรุ่นไทยเท่านั้นที่ใช้ภาษา Snack แบบนี้ แต่วัยรุ่นอเมริกันก็ใช้ เช่น c u l8r (See you later)
Jake Swearingen กล่าวโดยสรุปว่า การที่วัยรุ่นใช้ภาษาแบบนี้ไม่ใช่ว่าไม่รู้หนังสือ เพียงแต่พวกเขาไม่ได้ใส่ใจมัน นั่นเป็นเพราะพวกเขาทำอะไรหลายหลายอย่างในเวลาเดียวกัน (And they use instant messaging to overclock their multitasking – while participating in an average of 2.7 IM conversations at a time, they’re also surfing the Web (70 percent of respondents), writing a paper (39 percent of respondents) or talking on the phone (22 percent of respondents). Illiterate? Nah, just unfocused.)

ภาพยนตร์ที่ดูกันในโรง 2 ชั่วโมงนั้นถูกทำให้เป็น Snack จากที่เคยมีนักแสดงที่เล่นไปตามบทบาทที่เขียนขึ้น กลับกลายเป็นหนังสั้น 30 วินาทีและไม่มีสคริปท์ อาจเป็นแค่ใครบางคนเดินข้ามถนนแล้วก็จบ และที่ง่ายกว่านั้นคือนำไปโพสท์บนอินเทอร์เน็ท ตามเว็บไซท์ www.Youtube.com และ Gofish การโพสท์หนังลงบนอินเทอร์เน็ทยังวัดได้ว่าผู้ชมชอบเรามากแค่ไหน โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งบริษัทวิจัยอย่าง AC Nielson เลย

ในนิตยสารยังกล่าวถึงอีกหลายส่วน ซึ่งเราไม่สามารถนำมาเขียนได้ทั้งหมด แต่ตัวอย่างที่ยกมานี้ก็น่าจะทำให้เห็นได้ว่า ยุคสมัย Snack นั้นทุกสิ่งอย่างที่เป็นแหล่งบันเทิง ศิลปะ วัฒนธรรม ถูกทำให้เคี้ยวง่าย กลืนง่ายโดยไม่ต้องคิด ขอเน้นปริมาณเพื่อผลกำไรก็พอ(แต่ไม่พอเพียง)
ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการผลิต Snack รายใหญ่ไม่ใช่อื่นใดนอกจากภาครัฐและเอกชน(ที่มันเอื้อผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน) ควบคุมสื่อหลักและเลือกสารที่เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจของตัวเอง

สื่อทางเลือกถูกเบียดให้ตกขอบไปอยู่แต่ในอินเทอร์เน็ท และถูกมองว่า เข้าใจยาก ไกลตัว กลืนลำบาก ปวดหัวคิดเยอะ และเสียเว
ยุคโลกไร้พรมแดน ทุกคนมีเสรีภาพในการเสพสื่อหรือทำอะไรก็ได้ เป็นความจริงหรือแค่สโลแกนลวงตาของสินค้าบางประเภท
แต่ทีเห็นและเป็นจริงต่อหน้าต่อตาก็คือ ยุคขนมขบเคี้ยว นี่แหละ
ยุคสมัย Snack ที่กำลังครองโลกอยู่นี่

สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.wired.com/wired/archive/15.03

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.